อธิบายหลักการทำงานของเว็บไซต์แบบเข้าใจง่ายๆ

บทนำ

ยุคนี้ เว็บไซต์เป็นสิ่งที่เราใช้งานอยู่แทบจะตลอดเวลา ซึ่งหากคนที่คุ้นเคยกับอินเทอร์เน็ตมาตั้งแต่สมัยที่เริ่มมีอินเทอร์เน็ตใหม่ๆก็จะทราบว่า เว็บไซต์เป็นเพียงบริการหนึ่งบนอินเทอร์เน็ตเท่านั้น ซึ่งบริการอื่นๆที่เราคุ้นเคยก็เช่น อีเมล์, ftp เป็นต้น แต่เนื่องจากเว็บไซต์ หรือ www ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง และยังมีการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้นเรื่อยๆจนปัจจุบันเราแทบจะสามารถทำงานทุกอย่างบนเว็บไซต์ผ่านเว็บบราวเซอร์ได้อย่างสะดวกสบาย

ตัวอย่างของเว็บไซต์ในปัจจุบัน

  • เว็บบริษัท หรือเว็บของสินค้า
  • เว็บโซเชียลเน็ตเวิร์ค เช่น Facebook หรือ Twitter เป็นต้น
  • เว็บขายของออนไลน์
  • Blog สำหรับเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ
  • แม้กระทั่งเว็บค้นหาข้อมูลอย่าง Google.com ก็ถือเป็นเว็บไซต์เหมือนกัน
  • ฯลฯ

สำหรับคนที่ต้องการเพียงเปิดดูเว็บไซต์ต่างๆก็คงไม่จำเป็นต้องเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับเว็บไซต์มากมายนัก แต่หากเป็นคนที่ต้องทำหรือต้องมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองก็ควรที่จะทราบหลักการทำงานของเว็บไซต์บ้างพอสมควร เพื่อที่ว่าเวลาที่เราจำเป็นต้องแก้ปัญหา หรือจะต้องคุยกับคนทำเว็บต่างๆจะได้สามารถเข้าใจปัญหาต่างๆและสามารถคุยกับคนที่ทำหรือดูแลเว็บไซต์ของเราได้

ขั้นตอนการทำงานของเข้าถึงเว็บไซต์ (ฉบับชาวบ้าน)

  1. ผู้ใช้ทำการป้อนลิงก์ของเว็บไซต์ (บางคนก็จะเรียก url, home page, web ฯลฯ) ใส่เข้าไปที่เว็บบราวเซอร์ที่ใช้งาน เช่น Chrome, Safari, Firefox หรือ Opera เป็นต้น
  2. เว็บบราวเซอร์จะนำลิงก์ที่ป้อนเข้าไป ค้นหาข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ในอินเทอร์เน็ต ที่มีชื่อเรียกว่า Domain Name Service (DNS) เพื่อทำการเปลี่ยนชื่อเว็บที่เราป้อนเข้าไปให้เป็นตัวเลขที่คอมพิวเตอร์เข้าใจ (เรียกว่า ที่อยู่ไอพี หรือ IP Address) เพื่อให้สามารถส่งข้อมูลไปถูกที่ได้ เช่น เว็บนี้คือ askboon.com เมื่อถูกเปลี่ยนเป็นตัวเลขไอพีก็จะมีค่าเป็น 146.66.91.52 เป็นต้น
  3. จากนั้นข้อมูลก็จะถูกร้องขอไปยังไอพีนั้น ซึ่งก็จะเป็นไอพีของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เก็บเว็บไซต์นั้นๆ ที่เรามักจะเรียกว่า Web Hosting เพื่อทำการอ่านข้อมูลจาก Web Hosting แล้วทำการส่งกลับมาให้บราวเซอร์ของเราแสดงผล
  4. เมื่อมีการคลิกลิงก์หรือกดปุ่มส่งข้อมูลต่างๆบนหน้าเว็บ ก็จะมีกระบวนการข้างบนทำซ้ำอยู่ตลอดเวลา

ขั้นตอนการเปิดเว็บไซต์

  1. จดชื่อโดเมนที่ต้องการ
  2. สมัครบริการ Web Hosting เพื่อใช้สำหรับเก็บตัวเว็บไซต์
  3. นำค่า Name Server ของ Web Hosting นั้นไปใส่ไว้ที่ตัวจัดการโดเมนของเรา เผื่อเป็นการบอกให้โดเมนรู้ว่า เมื่อมีผู้เรียกใช้งานโดเมนนี้จะต้องวิ่งไปเอาข้อมูลเว็บที่ไหน

สำหรับบริการจดชื่อโดเมน (มักจะเสียค่าบริการเป็นรายปี) และการเช่า Web Hosting (มักจะเสียค่าบริการเป็นรายเดือนหรือรายปี) ก็จะมีบริษัทที่ให้ดำเนินการทั้งในประเทศและต่างประเทศ คุณก็สามารถเลือกใช้บริการได้ตามต้องการ โดยในส่วนตัวผมเอง ผมมักจะใช้บริการของต่างประเทศเนื่องจากมีความน่าเชื่อถือมากกว่า แต่ถ้าต้องการบริการหลังการขายก็จะต้องสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษเป็นหลัก)

สรุป

จะเห็นได้ว่า การทำงานของเว็บไซต์ก็ไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อนมากมายนัก หากเราเข้าใจขั้นตอนของการทำงานที่ผมได้อธิบายไว้ข้างต้น เมื่อเกิดปัญหาอะไรขึ้นก้บเว็บไซต์ของเรา เราก็จะสามารถตรวจสอบเบื้องต้นเพื่อหาสาเหตุของปัญหาได้ อย่างน้อยเราก็จะทราบว่า ต้องไปแจ้งปัญหานี้ให้กับใครเพื่อทำการแก้ไขต่อไป


Photo by Bram Naus on Unsplash

** ถ้าคุณเห็นว่าโพสต์นี้มีประโยชน์กรุณาแชร์ต่อด้วยครับ ขอบคุณครับ **
Tags:

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *